ผู้จัดจำหน่ายลินุกซ์อย่าง Mandriva เปิดเผยถึงแพลตฟอร์มเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งออกแบบมาสำหรับแลปทอปขนาดเล็กสายพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะ Mandriva Mini มีคุณลักษณะเด่นอย่างเช่นการบูตอันรวดเร็ว การสนับสนุนด้านการเชื่อมต่อที่ครอบคลุม และเหล่ามัลติมีเดีย codecs และถูกปรับให้ใช้ได้กับแพลตฟอร์ม Netbook หลัก ๆ อย่างเช่น Atom ของ Intel ก่อนหน้านี้ Mandriva เคยนำเสนอเวอร์ชั่นปรับแต่งปีค.ศ. 2008 ฤดูใบไม้ผลิสำหรับ Asus Eee PC และเป็น distributor ของลินุกซ์ให้กับ Classmate PC ของ Intel ด้วย

ท่านสามารถอ่านข่าวดั้งเดิมได้ ที่นี่ ซึ่งเขียนโดย Slatterz

You can read the original post here which written by Slatterz

แน่นอน Windows คาดว่าจะมีอุปกรณ์กว่าพันล้านเครื่องใช้มันภายในปีค.ศ. 2010 แต่เสียงของชนกลุ่มน้อยก็เริ่มเป็นที่ได้ยินเมื่อพวกเขาหันไปใช้ Ubuntu Linux อันที่จริงฝ่ายการตลาดของ Canonical กล่าวว่า Ubuntu ณ ตอนนี้มีผู้ใช้มากกว่า 8 ล้านคนแล้ว

อนิจจา หากวัดจากจำนวน Ubuntu ที่ถูกติดตั้งมันก็จะค่อนข้างซับซ้อนซักนิดเนื่องจากว่า Ubuntu แผ่นเดียวก็สามารถติดตั้งลงในหลายเครื่องได้ (โดยไม่ผิดกฎหมายด้วย) และในช่วงกลางปีค.ศ. 2007 ระหว่างการสัมมนา Ubuntu Live นั้น Mark Shuttleworth ผู้ก่อตั้ง Ubuntu/Canonical ได้กะประมาณว่ามีผู้ใช้ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์นี้อยู่ในช่วงระหว่าง 6 ถึง 12 ล้านคน

แต่ก็อย่างที่เห็น Canonical ได้บีบตัวเลขให้แคบลง จากการแถลงข่าวของฝ่ายตลาดจากทางบริษัท พวกเขาได้กล่าวว่า

"Ubuntu มีผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 8 ล้านคน"

ค่อนข้างดูดีทีเดียว และตัวเลขนี้ก็แน่นอนว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องด้วยการที่มี Ubuntu ติดตั้งมาโดยปริยายใน Netbooks และ Mobile Internet Devices (MIDs) ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

แต่ Canonical ก็ยังไม่สามารถวางใจได้กับความสำเร็จในระดับนี้ของพวกเขา เพราะอย่างไรก็ตามทาง Novell ก็กำลังทำการยกระดับจากลินุกซ์ระดับเดสก์ทอปไปสู่ดินแดนแห่งเซอร์เวอร์ รวมถึงเซอร์เวอร์ที่กำลังจะมาถึงตามที่ตกลงกันกับ Lenovo ซึ่งจะประกาศในเดือนกันยายน และ Red Hat ซึ่งดูเหมือนกำลังได้เปรียบในถิ่นนี้

อย่างไรก็ตาม ตามรายชื่อขององค์กรขนาดเล็ก กลาง และใหญ่นั้นล้วนแต่ใช้งาน Ubuntu (ขอให้ดูที่ Works With U 1000 ซึ่งเป็นลิสต์ขององค์กรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและใช้งาน Ubuntu)

ตอนนี้อะไร ๆ ก็เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วในตลาดของลินุกซ์

คุณสามารถอ่านบทความดั้งเดิมได้จาก ที่นี่ ซึ่งเขียนโดย The VAR Guy

You can read the original post here which written by The VAR Guy

สมมติว่ามีคนต้องการจะส่งไฟล์ขนาดใหญ่ให้กับคุณ เขาอาจจะลองส่งมันผ่านทางอีเมล์ แต่หลาย ๆ อีเมล์เซอร์เวอร์ก็มีการกำหนดขนาดไฟล์ที่สามารถจะส่งได้เอาไว้ เขาอาจจะลองส่งผ่านโปรแกรม instant messenger หรือผ่านทาง IRC แต่นั่นมันก็ส่งได้ช้ากว่าความเป็นจริงถึงสองเท่าตัว เพราะต้องผ่านไปยังแชทเซอร์เวอร์ก่อนแล้วค่อยมาที่เครื่องของคุณ เวปฝากไฟล์อย่าง RapidShare และ MegaUpload ก็นับว่าดี แต่คงไม่เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นความลับ แน่นอนว่าคุณอาจจะเปิดเซอร์วิส FTP บนเครื่องของคุณก็ได้ แต่คุณก็คงไม่อยากให้ประตูทางเข้าสู่เครื่องของคุณนี้เปิดอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่มันมีทางออกที่แสนง่าย นั่นก็คือ droopy

ออกมาเมื่อเดือนเมษายนและเป็นโอเพนซอร์ซภายใต้ Python license droopy ทำให้คุณสามารถจัดตั้งเวปเซอร์เวอร์ได้อย่างรวดเร็วซึ่งให้ฝั่งไคลเอนท์ทำได้อย่างเดียว นั่นก็คืออัพโหลดไฟล์สู่แฟ้มที่คุณเลือก การอัพโหลดนั้นกระทำโดยตรง จากเครื่องพีซีสู่เครื่องพีซี และเมื่อเสร็จสิ้นคุณสามารถสั่งหยุด droopy และก็จะไม่มีการอนุญาตให้อัพโหลดได้ ผู้ส่งแค่ต้องเปิดเวปเพจไปยัง URL ที่ถูกต้องและก็สามารถอัพโหลดได้ตามที่ต้องการ ช่างง่ายดายเสียจริง

 

การติดตั้งและการใช้งาน

การติดตั้งนั้นง่าย ๆ เพราะ droopy เป็นเพียงสคริปต์ไพธอน (แน่นอนว่าคุณต้องมีไพธอนติดตั้งอยู่ก่อน แต่ทุกดิสโทรฯเดี๋ยวนี้นั้นรวมไพธอนมาให้อยู่แล้ว ไม่ก็ทำให้มันติดตั้งได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก) ดาวน์โหลดตัวสคริปต์และก็เอามันไปไว้ในที่เช่น /usr/bin คุณต้องใช้สิทธิ์ของ root ในการทำเช่นนี้ จัดการเปลี่ยนไฟล์ droopy ให้เป็น executable โดยการ chmod +x droopy เพื่อคุณจะได้สามารถสั่งรันมันได้ นอกจากนั้นก็จัดการเปิดพอร์ท 8000 บนไฟร์วอลล์ของคุณด้วย มิเช่นนั้นก็จะไม่มีใครสามารถทำการเชื่อมต่อกับเครื่องของคุณได้

การใช้ droopy นั้นก็ง่าย แต่ต้องบอกไว้ซักนิดว่าคำอธิบายบนเวปไซต์ของ droopy เองนั้นไม่อัพเดทหากว่าคุณสั่งรันด้วยคำสั่ง droopy -h หรือ droopy --help คุณก็จะได้คำอธิบายตามด้านล่างนี้

usage: ./droopy [-m message] [-p picture] [-d directory] port example: ./droopy -m "Hi, this is Bob. You can send me a file." -p avatar.png



มีพารามิเตอร์แค่สามตัวเท่านั้น พารามิเตอร์ -m (หรือ --message) ให้คุณสามารถระบุข้อความที่จะทำการแสดงบนหน้าให้แก่ผู้ทำการเชื่อมต่อกับคุณเห็นได้ คุณสามารถใช้คำสั่ง HTML ได้แต่ก็อย่าใช้จนออกนอกทะเลล่ะ เพราะยังไงมันก็เป็นแค่หน้าอัพโหลดไฟล์เท่านั้น พารามิเตอร์ -p (หรือ --picture) ให้คุณสามารถใส่รูปเข้าไปได้ และพารามิเตอร์ -d (หรือ --directory) ให้คุณสามารถเลือกแฟ้มสำหรับเก็บไฟล์ที่มีคนอัพโหลดเข้ามาได้ ตามจากที่เขียนในเวปไซต์ของ droopy นั้น ไฟล์ที่ถูกอัพโหลดเข้ามามักจะเก็บไว้ในที่เดียวกับที่คุณสั่งรัน droopy แต่พารามิเตอร์นี้สามารถให้คุณเปลี่ยนตรงนั้นได้

หากคุณมีเลขไอพีแอดเดรสแบบตายตัวและมีชื่อโดเมนของคุณเอง คุณก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว บอกให้เพื่อนของคุณทำการเชื่อมต่อมาที่ http://ชื่อโดเมนของคุณ:8000 ก็สามารถทำการอัพโหลดได้แล้ว หากคุณไม่รู้เลขไอพีแอดเดรสของคุณ อันดับแรกลองเปิดเวปบราวเซอร์ของคุณและทำการเชื่อมต่อไปที่ http://127.0.0.1:8000 (หรือในกรณีตามรูปตัวอย่างของผมผู้แปลนั้นทำการเชื่อมต่อไปที่ http://localhost:8000) และบนหน้า ให้คุณคลิกที่ "Discovery the address of this page" แล้วก็ให้แอดเดรสนั้นไปแก่เพื่อนของคุณเพื่อทำการเชื่อมต่อ (แน่นอนว่าคุณสามารถหาแอดเดรสของคุณด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ได้ เช่นด้วยการสั่งรัน ifconfig แต่วิธีนี้เป็นทางออกที่ง่ายกว่าสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ชำนาญนัก) อีกวิธีหนึ่งก็คือการใช้ DynDNS

ตอนนี้ที่เพื่อนของคุณต้องทำก็มีเพียงแต่เลือกไฟล์และทำการส่ง หลังจากนั้นก็จะมีลิงค์ปรากฎขึ้นมาซึ่งอนุญาตให้ผู้ส่งสามารถทำการส่งไฟล์ได้อีก หากมีคนส่งไฟล์เดิมมาซ้ำ ๆ กัน ไฟล์จะถูกเปลี่ยนชื่อโดยเรียงตามลำดับเพื่อกันการเขียนทับซึ่งกันและกัน เช่นหากส่งไฟล์ชื่อ foo.bar มาสามครั้งก็จะได้ foo.bar foo-1.bar และ foo-2.bar หลังจากคุณได้รับไฟล์ครบหมดแล้วก็กด Ctrl-C เพื่อหยุดการทำงานของ droopy ก็เป็นอันเรียบร้อย

เครื่องมือที่มีจุดประสงค์การใช้งานเดียวซึ่งง่ายต่อการใช้และติดตั้ง droopy ให้ทางออกง่าย ๆ แก่ปัญหาธรรมดา ๆ ทั้งยังควรค่าแก่การอยู่บนเครื่องของคุณ

Federico Kereki เป็นวิศวกรระบบชาวอุรุกวัยด้วยประสบการณ์มากกว่ายี่สิบปีในการพัฒนาระบบ ทำงานเป็นที่ปรึกษา และทำการสอนในมหาวิทยาลัย

คุณสามารถอ่านบทความดั้งเดิมได้ ที่นี่ ซึ่งเขียนโดย Federico Kereki

You can read the original post here which written by Federico Kereki